top of page

😲 Dr. W EP. 213: "นั่งหลังตรง... ดีที่สุดจริงหรือ? 🧐 งานวิจัยใหม่ (2025) ชี้ นั่งพิงเอน (Slouched) อาจ 'กดทับเส้นประสาท' น้อยกว่า!"

สวัสดีครับ! Dr. W กลับมาอีกครั้งครับ! พวกเราทุกคนรู้ดีว่า อาการปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain - LBP) ยังคงเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของความพิการทั่วโลก (ในปี 2020 กระทบคนกว่า 619 ล้านคน) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

และการ "นั่งนาน" (Extended sitting) ก็คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยหลัก ที่การศึกษาที่ผ่านมาเชื่อมโยงว่าทำให้กล้ามเนื้อหลังตึง (Stiffness) มากขึ้น, ลดการควบคุมการรับรู้ตำแหน่งข้อต่อ (Proprioceptive control) และเปลี่ยนแนวการจัดเรียงตัวของกระดูกสันหลังและเชิงกราน



ความเชื่อดั้งเดิมด้านการยศาสตร์ (The "Ergonomic" Belief):

➡️ เราถูกสอนมาตลอดว่า: ท่า "นั่งหลังตรง" (Erect Sitting) คือท่ามาตรฐาน (Gold Standard) ที่ดีที่สุด


➡️ เราเชื่อว่า: ท่า "นั่งหลังค่อม" (Slumped - งอตัวมาข้างหน้า) และท่า "นั่งเอนหลัง" (Slouched - พิงพนักแบบเอนตัว) คือท่าที่ "แย่" และเป็นสาเหตุหลักของการปวดหลังและการกดทับเส้นประสาท

แต่... งานวิจัยใหม่ล่าสุดที่กำลังจะตีพิมพ์ (Al Amer et al., 2025) ได้ท้าทายความเชื่อนี้โดยตรงครับ!


📘 การศึกษาวิจัยครั้งใหม่ (The New Study)

นักวิจัยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Hoffmann reflex (H-reflex) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในการวัด "ความไว" หรือ "ความสมบูรณ์" ของเส้นประสาทไขสันหลัง (Spinal nerve root excitability) ครับ

(พูดง่ายๆ คือ: ถ้า H-reflex "ลดลง" = แปลว่าเส้นประสาทอาจถูกกดทับหรือได้รับแรงโหลดที่หนักขึ้น / ถ้า H-reflex "สูงขึ้น" (ใกล้เคียงท่านอน) = แปลว่าเส้นประสาทถูกกดทับน้อยลง)

พวกเขาทำการศึกษาแบบ Case-Control ในกลุ่มคนสุขภาพดี 30 คน (อายุ 21-47 ปี) โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม:


กลุ่มนั่งนาน (PS group): นั่ง >= 6 ชั่วโมง/วัน 🕒

กลุ่มควบคุม (C group): นั่ง <= 4 ชั่วโมง/วัน

โดยนักวิจัยได้วัด H-reflex (ที่กล้ามเนื้อน่อง Soleus) และแรงกดทับที่กระดูกรองนั่ง (Ischial pressure) ใน 4 ท่าทาง: 1. นอนหงาย (Supine - ใช้เป็นค่าพื้นฐาน) ภาพ D, 2. นั่งหลังตรง (Erect) ภาพ A, 3. นั่งหลังค่อม (Slumped) ภาพ B, และ 4. นั่งเอนพิง (Slouched) ภาพ C


📊 ผลลัพธ์... เตรียมพบกับความจริงที่น่าประหลาดใจ!

▶️ ผลกระทบของ "ท่าทาง" (Posture Effects):

⬇️ ท่า "นั่งหลังตรง" (Erect) และ "นั่งหลังค่อม" (Slumped):

"ทั้งสองท่านี้" ทำให้เกิดแรงกดที่กระดูกรองนั่ง (Ischial pressure) "สูงขึ้น"

และที่สำคัญคือ ทำให้ค่า H-reflex "ลดลง" อย่างมีนัยสำคัญ (เมื่อเทียบกับท่านอน)

แปลว่า: ทั้งท่า "นั่งตรง" ที่เราคิดว่าดี และท่า "ค่อม" ที่เราคิดว่าแย่... ต่างก็ "เพิ่มการกดทับ/แรงโหลด" ต่อเส้นประสาทไขสันหลังครับ!


⬆️ ท่า "นั่งเอนพิง" (Slouched):

ท่านี้กลับทำให้แรงกดที่กระดูกรองนั่ง (Ischial pressure) "ลดลง" ⬇️

และทำให้ค่า H-reflex "สูงขึ้น" (ใกล้เคียงกับท่านอนหงาย)

แปลว่า: ท่านี้อาจ "ลดการกดทับ" หรือลดความเครียดต่อเส้นประสาทไขสันหลังได้ดีกว่าสองท่าแรก

▶️ ผลกระทบของ "ระยะเวลา" (Duration Effects):

⬇️ นี่คืออีกจุดที่สำคัญมาก: เมื่อเทียบกันระหว่าง 2 กลุ่ม...

กลุ่มที่นั่งนาน (PS group) มีค่า H-reflex ที่ "ต่ำกว่า" กลุ่มควบคุม (C group) อย่างชัดเจน (p = 0.008) (ไม่ว่าจะวัดในท่าไหนก็ตาม)

⭐ แปลว่า: การนั่งนานเรื้อรัง (Chronic prolonged sitting) โดยตัวมันเอง เป็นอิสระจากท่าทาง ได้ทำให้เกิดการปรับตัวของระบบประสาทในระดับที่ยังไม่แสดงอาการ (Subclinical neural adaptation) หรือเกิดการกดทับเส้นประสาทบางส่วน (Partial nerve root compression) ไปแล้ว แม้ว่าเจ้าตัวจะยังไม่มีอาการปวดหลังก็ตาม (อาจเกิดจากหมอนรองฯ ยุบตัวเล็กน้อย หรือช่องเส้นประสาท (Foramen) แคบลงจากการนั่งนาน)


💡 Dr. W's Take: ข้อคิดจาก Dr. W

➡️ งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า ท่า "นั่งเอนพิง" (Slouched sitting) ที่เรามักมองว่าเป็น "ท่าขี้เกียจ" หรือท่าที่ไม่ดี... ในความเป็นจริงทางระบบประสาท มันอาจเป็นท่าที่ "ทำร้าย" หรือสร้างความเครียดต่อเส้นประสาทไขสันหลัง (Lumbosacral nerve root) "น้อยกว่า" ท่านั่งหลังตรง (Erect) หรือท่าหลังค่อม (Slumped) เสียอีกครับ (ในกลุ่มคนสุขภาพดี)


➡️ แต่... "ศัตรูตัวจริง" อาจไม่ใช่ "ท่าทาง" (Posture) แต่คือ "ระยะเวลา" (Duration) ครับ


➡️ งานวิจัยนี้ตอกย้ำว่า ไม่ว่าคุณจะนั่งท่า "สวย" แค่ไหน (ไม่ว่าจะ Erect, Slumped, หรือ Slouched) การนั่ง "แช่นานเกินไป" (Prolonged sitting) ก็ส่งผลเสียต่อการทำงานของเส้นประสาทของคุณอยู่ดี ⚡


➡️ ดังนั้น ข้อสรุปที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ: "ท่าที่ดีที่สุด คือท่าต่อไป (Your best posture is your next posture)" การ "ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ" (Frequent breaks 🛑) ยังคงเป็นคำแนะนำที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวออฟฟิศและคนทำงานนั่งโต๊ะทุกคนครับ!


✨ เคสตัวอย่างจากคลินิก: ยิ่ง "พยายาม" นั่งตรง... ยิ่งปวดร้าวลงขา? เมื่อ "ระยะเวลา" ชนะ "ท่าทาง"

คุณปลา อายุ 32 ปี เป็นโปรแกรมเมอร์ (Work From Home) มาที่ "บ้านใจอารีย์คลินิกกายภาพบำบัด" ด้วยปัญหา ปวดหลังล่างเรื้อรัง และมีอาการตึงร้าวลงขาขวา


การประเมิน (Assessment):

➡️ Subjective (อาการและการรับรู้ของผู้ป่วย):

คุณปลาเล่าว่า: "ปวดหลังล่างหน่วงๆ ตลอดเวลาค่ะ ยิ่งนั่งนานยิ่งเป็น แล้วพักหลังเริ่มรู้สึกตึงๆ ชาๆ ร้าวลงสะโพกขวาไปถึงต้นขาด้านหลังค่ะ (ไม่ถึงเท้า)"

ประเด็นสำคัญ (History & The Belief System): "หนูพยายาม 'นั่งหลังตรง' เป๊ะๆ ตลอดเวลานะคะ ซื้อเก้าอี้ Ergonomic ราคาแพงมากมาใช้ อ่านรีวิวมาหมดแล้วว่าต้องนั่งแบบ 90 องศา"

ความขัดแย้ง (The Conflict/Frustration): "แต่ทำไมยิ่ง 'พยายาม' นั่งตรง ก็ยิ่งเกร็ง แล้วก็ยิ่งปวด? หนูต้องนั่งทำงานวันละ 8-10 ชั่วโมง พอเกร็งหลังตรงนานๆ มันเหนื่อยมาก พอกล้ามเนื้อล้า หนูก็เผลอกลับไปนั่งค่อม (Slumped) มันก็ยิ่งปวด... สรุปคือนั่งท่ายาก (Erect) ก็เกร็งปวด นั่งท่าแย่ (Slumped) ก็ปวด... งงไปหมดแล้วค่ะ"


➡️ Objective (การตรวจร่างกาย):

Observation: ผู้ป่วยมีภาวะเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง (High erector spinae tone) อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากการพยายาม "ค้าง" ท่านั่งตรงไว้ตลอดเวลา

Neural Test: การทดสอบ Slump Test (ทดสอบการตึงตัวของเส้นประสาท) ให้ผลบวก (Positive) ที่ข้างขวา โดยมีอาการตึงร้าวลงขาแบบเดียวกับที่ผู้ป่วยแจ้ง -> ยืนยันว่ามีการระคายเคืองของเส้นประสาทไขสันหลัง (Nerve root irritation)


การวิเคราะห์ปัญหา: คุณปลาคือตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของงานวิจัย EP 213:

เธอคือ "กลุ่มนั่งนาน" (PS Group) ชัดเจน (นั่ง 8-10 ชม./วัน)

เธอติดอยู่กับการสลับไปมาระหว่างท่า Erect (เกร็ง) กับ Slumped (ค่อมตอนล้า) ซึ่งเป็น "สองท่า" ที่งานวิจัยชี้ว่า เพิ่มแรงโหลดต่อเส้นประสาท (ลด H-reflex) ทั้งคู่!


แผนการรักษา (Intervention Plan - เน้นหลักการ "Duration vs. Posture"):

🧠 1. Pain Science Education (PSE) / Neuro Education (The Core of EP. 213)

ทลายความเชื่อเรื่อง "ท่าเดียวที่สมบูรณ์แบบ" (Debunking the "One Perfect Posture" Myth):

Dr W: "คุณปลาครับ ที่คุณปลาปวด ไม่ใช่เพราะคุณ 'นั่งไม่ดี' แต่เพราะคุณ 'นั่งไม่ขยับ' ครับ"

The "Aha!" Moment (Applying EP 213 Data):


"งานวิจัยล่าสุด (Al Amer et al., 2025) เพิ่งเจอนะครับว่า... ท่า 'นั่งหลังตรงเป๊ะ' (Erect) ที่คุณปลากำลังพยายามเกร็งค้างไว้... มัน 'เพิ่มแรงกดทับ' ที่เส้นประสาทไขสันหลัง (ที่วัดค่า H-reflex ได้ลดลง) ไม่ต่างจากท่า 'นั่งหลังค่อม' (Slumped) เลยครับ"

"น่าสนใจกว่านั้นคือ ท่า 'นั่งเอนพิง' (Slouched) แบบสบายๆ (พิงพนักเก้าอี้เอนไปด้านหลัง) กลับลดแรงกดทับนี้ได้ดีกว่าสองท่าแรกด้วยซ้ำครับ"

ชี้ "ศัตรูตัวจริง" (The Real Enemy = Duration):


"แต่ไม่ว่าท่าไหน... ศัตรูตัวจริงคือ 'ระยะเวลา' ครับ งานวิจัยยืนยันว่ากลุ่มคนที่นั่งเกิน 6 ชั่วโมง/วัน (เหมือนคุณปลา) ระบบเส้นประสาทจะถูกกดทับสะสมอยู่ตลอดเวลา (ค่า H-reflex ต่ำกว่าปกติ) แม้จะยังไม่แสดงอาการก็ตาม"


💪 2. The New Strategy: "ท่าที่ดีที่สุด คือ ท่าต่อไป" (Your Best Posture is Your Next Posture)

1. Dynamic Sitting (การนั่งแบบเคลื่อนไหว):

เลิกพยายาม "ล็อค" ท่าตรง! (Stop trying to "lock" the erect pose) แนะนำให้ "ขยับ" เปลี่ยนท่านั่งย่อยๆ ตลอดเวลา


2. ใช้ท่า "Slouched" ให้เป็นประโยชน์:

สอนให้ใช้เก้าอี้ Ergonomic ให้ถูก คือการ "พิงเอน" (Recline/Slouch) เพื่อ "พัก" หลังส่วนล่างและลดแรงกดทับเส้นประสาท สลับกับการนั่งตรงเมื่อต้องโฟกัส (นี่คือการใช้ประโยชน์จากผลวิจัยโดยตรง)


3. The 30/30 Rule (สู้กับ Duration):

สำคัญที่สุด: ตั้งนาฬิกาเตือน "ทุก 30 นาที" ให้ "ลุกขึ้นยืน" หรือเดินไปดื่มน้ำ (Frequent breaks) นี่คือการทำลาย "Duration Effect" ที่เป็นอันตรายต่อเส้นประสาทโดยตรง 🛑


4. Nerve Mobilization:

ให้นำท่า Slump Test ไปประยุกต์ทำเป็นท่า "ยืดเหยียดเส้นประสาท" (Nerve sliders/mobilization) เบาๆ เพื่อลดการระคายเคืองและเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่เส้นประสาท


ผลลัพธ์ (Outcome):

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ Mindset: คุณปลาเลิก "กลัว" การนั่งไม่ตรง และเลิก "เกร็ง" หลังสู้ตลอดเวลา ซึ่งช่วยลดภาวะตึงตัวของกล้ามเนื้อได้ทันที

เธอนำกลยุทธ์ "Dynamic Sitting" (ขยับตัว, สลับนั่งตรงกับเอนพิง) และที่สำคัญคือ การ "ลุกขึ้นทุก 30 นาที" ไปใช้

อาการปวดตึงหลังเรื้อรังลดลง และอาการร้าวลงขา (Sciatic-like symptoms) ดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเส้นประสาทไม่ได้ถูก "โหลด" จากการเกร็งค้างท่าเดิมนานๆ หรือจากการนั่งแช่ (Duration) อีกต่อไปครับ


ข้อสังเกต: ปัญหาของเคสนี้ไม่ได้เกิดจาก "ท่าทางที่ผิด" แต่เกิดจาก "ท่าทางที่นิ่ง" (Static Posture) และ "ระยะเวลาที่นานเกินไป" (Prolonged Duration) ครับ


📖 References

➡️ Al Amer HS, Pakkir Mohamed SH, & Olson SL. (2025). Effects of sitting posture and duration on lumbosacral nerve root function: A case-control study. Journal of Back and Musculoskeletal Rehabilitation.

➡️ Ali AA, & Sabbahi MA. (2000). H-reflex changes under spinal loading/unloading in normal subjects. Clinical Neurophysiology, 111(4), 664–670.

➡️ Kett AR, Sichting F, & Milani TL. (2021). The effect of sitting posture on low back muscle stiffness. Biomechanics, 1(2), 214–224.

➡️ Saiklang P, Chatprem T, Karoonsupcharoen O, et al. (2024). Effect of prolonged sitting on lumbar repositioning error. Trends in Sciences, 21(5), 7332.

➡️ GBD 2019 Diseases and Injuries Collaborators. (2020). Global burden of 369 diseases and injuries, 1990–2019. The Lancet, 396(10258), 1204–1222.

➡️ Lis AM, Black KM, Korn H, & Nordin M. (2007). Association between sitting and occupational low back pain. European Spine Journal, 16(2), 283–298.


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บ้านใจอารีย์คลินิกกายภาพ มี 2 สาขา

!!ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!!

📌สาขา เยาวราช

-แผนที่ : https://g.co/kgs/kXSEbT

-โทร : 080 425 9900


📌สาขา เพชรเกษม81

-แผนที่ : https://g.co/kgs/MVhq7B

-โทร : 094 654 2460


 
 
 

ความคิดเห็น


Our Partner

สาขาเพชรเกษม 81
  • facebook
  • generic-social-link
  • generic-social-link

256/1 ซอยวุฒิสุข (ข้างสน.หนองแขม) เพชรเกษม 81, หนองแขม, กทม. 10160

สาขาเยาวราช
  • facebook
  • generic-social-link
  • generic-social-link

9 ถนนพระรามที่ ๔ แขวง ป้อมปราบ

เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
(อยู่ติดแยกหมอมี)

เวลาทำการ : จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 น. - 20.00 น.

©2019 by JR Physio Clinic. Proudly created with Wix.com

bottom of page