😊 Dr. W EP. 159: "ปวดหลัง... ต้องห้ามก้ม? 😲 ลดความเชื่อผิดๆ! มาฝึก 'กล้ามเนื้อหลัง' ให้สตรองกันดีกว่า!"
- Werachart Jaiaree
- 4 ก.ย. 2568
- ยาว 4 นาที




สวัสดีครับ! Dr. W กลับมาอีกครั้งครับ! อาการปวดหลังส่วนล่าง (Spinal pain) เป็นปัญหาที่กระทบกับผู้คนทั่วโลกกว่า 80% และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของความพิการและการสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตตามปกติ (Deyo & Weinstein, 2001; Hartvigsen et al., 2018) ที่ผ่านมา แนวทางการดูแลหลายๆ แห่งมักจะแนะนำให้เรา "หลีกเลี่ยงการก้มหลัง (Spinal Flexion)" และไม่สนับสนุนการฝึกกล้ามเนื้อหลังโดยตรง เพราะมีความเชื่อที่ว่ามันเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ โดยเฉพาะการทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้น (Disc herniation)
แต่งานวิจัยในช่วงหลังๆ เริ่มท้าทายความเชื่อนี้อย่างจริงจังครับ และกลับชี้ให้เห็นว่า การที่เรา "ไม่ฝึก" กล้ามเนื้อหลัง (Spinal Erectors) ต่างหาก ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กล้ามเนื้อกลุ่มนี้อ่อนแอ, ทำงานผิดปกติ, และนำไปสู่ภาวะปวดหลังเรื้อรัง (Chronic pain) (Steele et al., 2015; Steele et al., 2014)
ล่าสุด มีงานวิจัยฉบับ Preprint ใหม่แกะกล่องโดย Adam J. Nelson ที่สนับสนุนการฝึกกล้ามเนื้อหลังอย่างระบบ โดยเน้นการเคลื่อนไหวทั้งการก้มและแอ่นหลังอย่างมีการควบคุม เพื่อเพิ่มสุขภาพ, ความคล่องตัว, และความทนทานของกระดูกสันหลังครับ (Nelson, 2025)
🤔 ทลายความเชื่อ: ก้มหลัง... อันตรายจริงหรือ? (Challenging the Myth of Avoiding Spinal Flexion)
➡️ ที่มาของความเชื่อ: ความเชื่อที่ว่าการก้มหลังเป็นอันตรายมีรากฐานมาจากงานวิจัยในอดีต (เช่น Callaghan & McGill, 2001) ที่มักจะศึกษาในห้องปฏิบัติการโดยใช้กระดูกสันหลังของสัตว์ (หมู) แล้วนำมาใส่แรงกดอัดสูงๆ พร้อมกับทำให้เกิดการก้ม-แอ่นซ้ำๆ เป็นพันๆ ครั้งจนกระทั่งหมอนรองกระดูกเกิดความเสียหาย ซึ่งสภาวะแบบสุดโต่งนี้ แตกต่างอย่างมาก กับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของมนุษย์ที่มีการควบคุมและอยู่ในขอบเขตทางสรีรวิทยาปกติ ความรู้นี้ถูกนำมาตีความและเผยแพร่ในวงกว้างจนเกิดเป็นความกลัวการก้มหลังในวงการฟิตเนสและการฟื้นฟู
➡️ มุมมองใหม่ที่อิงตามหลักฐาน: ในความเป็นจริงแล้ว กระดูกสันหลังของเราถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหวได้ในหลายทิศทาง รวมถึงการก้ม การเคลื่อนไหว "ก้มหลังอย่างมีการควบคุม (Controlled spinal flexion)" ไม่เพียงแต่ปลอดภัย แต่ยัง "จำเป็น (Essential)" ต่อการรักษาระดับการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของกระดูกสันหลังด้วย (Steele et al., 2015a, 2015b; Schoenfeld et al., 2021)
➡️ ผลเสียของการหลีกเลี่ยงการก้ม (Use it or lose it): การไม่ยอมก้มหลังเลย หรือการพยายามเกร็งหลังให้ตรงตลอดเวลา อาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีในระยะยาวครับ:
- กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอลง (Deconditioned Spinal Erectors): กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ถูกใช้งานให้ยืดและหดตัวเต็มช่วงการเคลื่อนไหว จะอ่อนแอลง โดยเฉพาะความสามารถในการออกแรงในขณะที่กล้ามเนื้อยืดตัว
- หลังตึงยึดและขาดความยืดหยุ่น (Increased Stiffness & Reduced ROM): เมื่อไม่มีการเคลื่อนไหว ร่างกายจะปรับตัวโดยการสร้างความตึงยึด ทำให้หลังขาดความยืดหยุ่นและไม่สามารถปรับตัวต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตจริงได้ดี
- วงจรแห่งความกลัว (Fear-Avoidance Cycle): การหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวเพราะความกลัว จะยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอและตึงยึดมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเจ็บปวดที่ง่ายขึ้น และยิ่งเสริมความเชื่อที่ว่าการเคลื่อนไหวนั้นอันตราย วนเป็นวงจรอุบาทว์
➡️ แนวทางที่สมดุล: คือการฝึกที่ครอบคลุมทั้งการก้ม (Flexion) และการแอ่น (Extension) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อหลัง ให้หลังของเราพร้อมรับมือกับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตจริงได้
💪 ทำไมการฝึกกล้ามเนื้อหลัง (Spinal Erectors) ถึงสำคัญ?
➡️ กล้ามเนื้อและหน้าที่: กล้ามเนื้อหลัง หรือ Spinal Erectors ประกอบด้วยกล้ามเนื้อหลายมัด เช่น Erector Spinae (Iliocostalis, Longissimus, Spinalis) และกล้ามเนื้อชั้นลึกอย่าง Multifidus ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก
- สร้างความมั่นคง (Stabilizers): ทำหน้าที่เหมือนเสาค้ำยันของกระดูกสันหลัง คอยควบคุมการเคลื่อนไหวระหว่างกระดูกแต่ละปล้องให้มั่นคง (McGill, 2015; Radebold et al., 2001)
- พยุงท่าทาง (Postural Support): ทำงานต้านแรงโน้มถ่วงเพื่อพยุงให้ลำตัวของเราตั้งตรง
- ถ่ายเทแรง (Force Transfer): เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในการถ่ายเทแรงจากขาและสะโพกไปยังลำตัวส่วนบนในระหว่างการเคลื่อนไหวที่ใช้พลัง เช่น การยกของ, การสควอท, การขว้างปา (Comfort et al., 2011)
➡️ ความเชื่อมโยงกับอาการปวดหลังเรื้อรัง: งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าภาวะอ่อนแรง, ความทนทานที่ลดลง, และการมีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อหลัง (Fatty infiltration) มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเกิดและคงอยู่ของอาการปวดหลังเรื้อรัง (Steele et al., 2014) เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้อ่อนแอลง มันก็ไม่สามารถพยุงกระดูกสันหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้โครงสร้างอื่นๆ ต้องรับภาระหนักขึ้น และนำไปสู่ความเจ็บปวดได้
➡️ การฝึกเพื่อความทนทาน (Training for Resilience): การฝึกกล้ามเนื้อกลุ่มนี้โดยใช้หลัก Progressive Overload (การเพิ่มความหนักหรือความท้าทายขึ้นเรื่อยๆ) จะช่วยพัฒนากำลังและความทนทานของกล้ามเนื้อ เพื่อต่อสู้กับผลกระทบจากไลฟ์สไตล์ที่ลดลง และการขาดการฝึกฝนครับ
🏋️♀️ ท่าออกกำลังกายหลักๆ ที่แนะนำในงานวิจัย (Key Exercises for Spinal Erector Training)
(แต่ละท่าถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริม Progressive Overload โดยการปรับน้ำหนัก, ความเร็วในการเคลื่อนไหว, หรือช่วงการเคลื่อนไหว)
➡️ 1. Back Extensions (ภาพ 1 & 2):
การปฏิบัติ: ทำบนเก้าอี้ Roman chair หรือ 45-degree back extension machine เน้นการค่อยๆ ก้มตัวลงอย่างมีการควบคุม (Controlled spinal flexion) และออกแรงแอ่นหลังขึ้นมา แต่ยังคงควบคุมได้ (Controlled spinal extension) โดยอาจจะหยุดที่แนวลำตัวตรงหรือแอ่นเลยไปเล็กน้อย แต่หลีกเลี่ยงการแอ่นหลังมากเกินไป
กล้ามเนื้อเป้าหมาย: Erector spinae, Glutes, และ Hamstrings เป็นท่าสำหรับกล้ามเนื้อแนวหลังทั้งหมด (Posterior chain)
การเพิ่มความท้าทาย: เริ่มจากน้ำหนักตัว -> ถือน้ำหนัก (แผ่นเหล็ก/ดัมเบล) ไว้ที่อก -> ใช้บาร์เบลพาดหลัง -> เพิ่มการหยุดค้างที่ด้านบน (Paused reps) -> ใช้ยางยืด (Bands) เพื่อเพิ่มแรงต้านในช่วงท้าย
ประโยชน์: มีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยเพิ่มความแข็งแรงของ Posterior chain และลดความเสี่ยงปวดหลังเรื้อรังได้ (Tataryn et al., 2021)
➡️ 2. Cable Back Extensions (ภาพ 3 & 4):
การปฏิบัติ: เป็นการประยุกต์ใช้เครื่อง Lat row cable machine โดยใช้มือจับแล้วนั่งบนพื้น เริ่มจากท่าก้มตัวไปข้างหน้า แล้วออกแรงแอ่นหลังดึงสายเคเบิลมาด้านหลัง
ประโยชน์เฉพาะตัว: สายเคเบิลจะให้แรงต้านที่คงที่ตลอดช่วงการเคลื่อนไหว (Constant tension) ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อได้ดี
การเพิ่มความท้าทาย: เพิ่มน้ำหนักที่แผ่นเหล็กของเครื่องเคเบิลได้ง่ายมาก
➡️ 3. Seated Good Mornings (ภาพ 5 & 6):
การปฏิบัติ: นั่งบนม้านั่ง ถือดัมเบลไว้ที่หน้าอก (Goblet style) หรืออาจใช้บาร์เบลพาดหลัง แล้วค่อยๆ ก้มตัวลงโดยเน้นการโค้งของกระดูกสันหลัง (Spinal flexion) จากนั้นออกแรงแอ่นหลังกลับขึ้นมาสู่ท่านั่งตรง
ประโยชน์เฉพาะตัว: ท่านี้จะเน้นการทำงานของกระดูกสันหลังส่วนเอวและอกโดยเฉพาะ (Isolates the lumbar and thoracic spine) เพราะสะโพกถูกล็อคไว้กับม้านั่ง เป็นการฝึกการก้ม-แอ่นหลังภายใต้แรงต้านอย่างจงใจ เพื่อเพิ่มความทนทานของหลังต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
การเพิ่มความท้าทาย: เพิ่มน้ำหนัก, เพิ่มการหยุดค้างที่ด้านล่าง
➡️ 4. Toe Touches (Dumbbell and Cable, ภาพ 7, 8, 9, 10):
การปฏิบัติ: เป็นท่าที่คล้ายกับ Stiff-leg deadlift แต่จะอนุญาตให้มีการก้มหลัง (Spinal flexion) ได้มากขึ้น ยืนตรง ถือดัมเบลไว้ข้างลำตัว แล้วค่อยๆ ก้มตัวลงโดยพยายามให้หลังโค้งลงไปแตะปลายเท้าหรือให้ได้ใกล้ที่สุด จากนั้นออกแรงแอ่นหลังกลับขึ้นมายืนตรงอย่างมีการควบคุม
ประโยชน์เฉพาะตัว: เป็นการฝึกการก้มหลังเต็มช่วงการเคลื่อนไหวภายใต้แรงต้านโดยตรง ช่วยสร้างความทนทานให้หลังสำหรับการก้มในชีวิตจริง
การเพิ่มความท้าทาย: เพิ่มน้ำหนักดัมเบล, ทำบนแท่นที่สูงขึ้นเพื่อเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว (ROM), หรือใช้เคเบิลเพื่อสร้างแรงต้านที่คงที่
💡 ข้อคิดจาก Dr. W และบทสรุป! (Dr. W's Take & A Frank Conclusion)
คุณ Nelson สรุปไว้ว่าการฝึกกล้ามเนื้อหลังเป็นสิ่งจำเป็นในการลดอาการปวดหลังเรื้อรัง, เพิ่มความคล่องตัว, และเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย และเราควรจะฝึกการก้มหลังอย่างมีการควบคุมเพื่อเตรียมพร้อมหลังของเราให้รับมือกับภาระในชีวิตจริง
ทีนี้ มาถึงบทสรุปในสไตล์ของ Dr. W กันบ้างนะครับ... คือเอางี้นะ...
ท่าฝึกที่คุณ Nelson แนะนำมาในเปเปอร์น่ะดีครับ ไม่ผิดเลย เป็นท่าที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น และมีประโยชน์ในการฝึกการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย แต่ถ้าเราจะเอาแบบ #ตรงไปตรงมา, #โหลดกล้ามเนื้อหลัง (Erector Spinae - ES) ได้ง่ายสุดๆ, และโอกาสพลาดหรือบาดเจ็บก็น้อยมากเนี่ยนะ...
➡️ เครื่อง Back Extension (Back Extension Machine) หรือที่บางคนเรียกว่า Roman Chair (เหมือนในภาพ 1 & 2) คือจบเลยครับ!
#มั่นคง (Stable): เครื่องมันบังคับระนาบการเคลื่อนไหวให้เราหมดแล้ว หน้าที่ของเราคือออกแรงอย่างเดียว ไม่ต้องกังวลเรื่องการทรงตัวมากเท่าท่าที่ใช้ Free weight
#ออกแรงดี (Good Force Production): สามารถโฟกัสกับการออกแรงของกล้ามเนื้อหลังได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่ากล้ามเนื้อส่วนอื่นจะล้าก่อน
#โอกาสพลาดน้อย (Low Chance of Error): โอกาสที่ฟอร์มจะเพี้ยนจนบาดเจ็บนั้นน้อยกว่าท่าอย่าง Seated Good Morning หรือ Dumbbell Toe Touches มาก โดยเฉพาะสำหรับคนทั่วไปหรือผู้เริ่มต้น
#Progressive Overload ง่ายสุดๆ: การเพิ่มความหนักในระยะยาวทำได้ง่ายและเป็นระบบกว่ามาก ไม่ว่าจะโดยการเพิ่มน้ำหนักที่ถือ, เพิ่มจำนวนครั้ง, หรือปรับความชันของเครื่อง (ถ้าเครื่องปรับได้) รับรองเลยว่าในระยะยาว Back Extension Machine นี่กินขาดลอยครับ!
ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงอาจจะดูไม่ "ซับซ้อน" พอที่จะสู้ท่า Seated Good Morning ได้หรือไง ทั้งๆ ที่ในทางชีวกลศาสตร์ (Biomechanically) สำหรับเป้าหมายการสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหลังโดยตรงแล้ว ท่า Back Extension บนเครื่องนี่อาจจะชนะขาดลอยเลยด้วยซ้ำ
คืออยากจะบอกว่า... ท่าที่เขาแนะนำมาน่ะดีครับ แต่เรามีตัวเลือกที่ "ง่ายและดีกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่" แต่มันอาจจะดูไม่ซับซ้อนเท่า แค่นั้นเองครับ อย่ามองข้ามความเรียบง่ายที่มีประสิทธิภาพนะครับ! 😊
📖 References:
➡️ Nelson, A. J. (2025). The Necessity of Spinal Erector Training for Spinal Health. Preprints.org.
➡️ Callaghan, J. P., & McGill, S. M. (2001). Intervertebral disc herniation: Studies on a porcine model exposed to highly repetitive flexion/extension motion with compressive force. Clinical Biomechanics, 16(1), 28–37.
➡️ Danneels, L. A., Cools, A. M., Vanderstraeten, G. G., Cambier, D. C., Witvrouw, E. E., & De Cuyper, H. J. (2001). The effects of three different training modalities on the cross-sectional area of the paravertebral muscles. Scandinavian Journal of Medicine & Science in Sports, 11(6), 335–341.
➡️ Deyo, R. A., & Weinstein, J. N. (2001). Low back pain. The New England Journal of Medicine, 344(5), 363–370.
➡️ Hartvigsen, J., Hancock, M. J., Kongsted, A., et al. (2018). What low back pain is and why we need to pay attention. The Lancet, 391(10137), 2356–2367.
➡️ McGill, S. M. (2015). Back Mechanic: The Secrets to a Healthy Spine Your Doctor Isn’t Telling You. BackFitPro Inc.
➡️ Schoenfeld, B. J., Grgic, J., & Krieger, J. (2021). How Many Times Per Week Should a Muscle Be Trained to Maximize Muscle Hypertrophy? A Systematic Review and Meta-Analysis of Studies Examining the Effects of Resistance Training Frequency. Journal of Sport and Health Science, 10(3), 361-367
➡️ Steele, J., Bruce-Low, S., & Smith, D. (2014). A reappraisal of the deconditioning hypothesis in low back pain: review of evidence from a triumvirate of research methods on specific lumbar extensor deconditioning. Current Medical Research and Opinion, 30(5), 865-891.
➡️ Steele, J., Bruce-Low, S., & Smith, D. (2015). A review of the clinical value of isolated lumbar extension resistance training for chronic low back pain. PM&R, 7(2), 169–187.
➡️ Tataryn, N., Simas, V., Crites, B., et al. (2021). Posterior-Chain Resistance Training Compared to General Exercise and Walking Programmes for the Treatment of Chronic Low Back Pain in the General Population: A Systematic Review and Meta-Analysis. Sports Medicine - Open, 7(1), 17.










ความคิดเห็น